คุณอยู่ที่นี่ : ข่าวสารและความเคลื่อนไหว ความเคลื่อนไหววงการโลจิสติกส์
ความเคลื่อนไหววงการโลจิสติกส์

ไทย-จีนผุดศูนย์ค้าส่งใหญ่สุดในอาเซียน

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย jeab2007 วันพฤหัสบดีที่ 06 มกราคม 2011 เวลา 16:11 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 4-6 มกราคม ตนได้นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ และตัวแทนภาคเอกชน เดินทางเยือนเมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและขยายการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...

 
 

300บริษัทแห่ขายคาร์บอนเครดิต ราคาดี"ปูนใหญ่-ไทยเบฟ"เอาด้วย

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันพุธที่ 05 มกราคม 2011 เวลา 18:23 น.

ตลาดคาร์บอนเครดิตคึกคัก เอกชนไทยแห่ขอทำโครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตมากกว่า 300 ราย ทั้งปูนซิเมนต์ไทย-ไทยเบฟ-กฟฝ. แต่มีบริษัทเพียง 2 ราย "เอที ไบโอพาวเวอร์-โคราชเวสท์" ที่ได้รับใบรับรอง CERs จาก UNFCC สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ เหตุมีหน่วยงานตรวจสอบรับรองน้อย ชี้แนวโน้มราคาซื้อขายคาร์บอนเฉลี่ย 14 ยูโร/ตันคาร์บอน ตราบเท่าที่ประเทศพัฒนาแล้วยังคงต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณี พิธีสารเกียวโตอยู่


น.ส.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาการตลาด องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการซื้อ-ขายคาร์บอนเดรดิตว่า ปัจจุบันมีโครงการของเอกชน ไทยที่องค์การฯให้ความเห็นชอบและออกหนังสือรับรองสามารถซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) ไปแล้วทั้งสิ้น 123 โครงการ

โดย 40 โครงการได้รับการขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการบริหารกลไกการพัฒนาที่สะอาด ภายใต้อนุสัญญาฯ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ (UNFCC CDM-EB) แล้ว นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ยื่นความประสงค์จะทำโครงการ CDM อีกกว่า 200 โครงการ

อย่างไรก็ตามจากจำนวนโครงการทั้งหมด 123 โครงการ ปัจจุบันมีเพียง 2 โครงการที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับใบรับรอง (CERs) อนุญาตให้ซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงแกลบของบริษัทเอที ไบโอพาวเวอร์ จังหวัดพิจิตร ขายคาร์บอนเครดิตได้ 100,678 ตันคาร์บอน/ปี กับโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากน้ำเสียจากโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังของบริษัทโคราชเวสท์ทูเอ็นเนอร์ยี่ จังหวัดนครราชสีมา ขายคาร์บอนเครดิตได้ 74,546 ตันคาร์บอน/ปี

ทั้งนี้ขั้นตอนของการซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ CDM ประกอบไปด้วย 1) ผู้พัฒนาโครงการยื่นความประสงค์จะทำโครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตให้หน่วยงานที่ 3 (Third Party) คณะแรก หรือ DOE (a) เข้ามาตรวจสอบ ว่าเป็นโครงการที่สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้หรือไม่ 2) เมื่อผ่านการตรวจสอบจาก DOE (a) แล้ว องค์การจัดก๊าซเรือนกระจกจะพิจารณาให้ความเห็นชอบ

3) หลังจากนั้นจะต้องนำเสนอโครงการไปที่สำนักงานคณะกรรมการบริหารกลไกการพัฒนาที่สะอาดของอนุสัญญาฯว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCC CDM-EB) พิจารณา 4) UNFCC CDM-EE จะส่งหน่วยงานที่ 3 (Third Party) คณะที่สอง หรือ DOE (b) ตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่า โครงการเป็นตามแผนงานที่เสนอหรือไม่ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและนำมาซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้จริง และ 5) UNFCC CDM-EE รับรายงานจาก DOE (b) พิจารณาออกใบรับรอง CERs เพื่อให้ผู้พัฒนาโครงการนำก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากการดำเนินโครงการไปขายในตลาดคาร์บอนเครดิต

ส่วนปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยมีโครงการเพียง 2 โครงการที่ได้รับใบรับรอง CERs สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้นั้นเป็นเพราะ 1) หน่วยงานที่ 3 ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ UNFCC CDM-EB ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการซื้อคาร์บอนเครดิตมีน้อยมาก หรือเพียงแค่ 20 รายเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการลักษณะนี้ทั่วโลก และ 2) การพิจารณาของหน่วยงานที่ 3 กับแผนการดำเนินงานของผู้พัฒนาโครงการไม่ตรงกัน "ต้องตีกลับมาปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง" จึงทำให้ไทยมีโครงการที่ผ่านการพิจารณาน้อยมาก

สำหรับโครงการทั้ง 123 โครงการที่ผ่านการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ส่วนใหญ่ 50% เป็นโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงาน ชีวมวล, 20% เป็นโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานชีวภาพ, 20% เป็นโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และ 10% อื่น ๆ อาทิ โรงไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ, พลังงานลม โดยผู้ยื่นโครงการมีทั้งบริษัทเอกชนรายใหญ่/รายย่อย และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เช่น

เครือซิเมนต์ไทยได้รับหนังสือรับรองไปแล้ว 7 โครงการ เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากลมร้อนทิ้งของโรงปูนซีเมนต์, บริษัทไทยเบฟ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ทำโครงการผลิตพลังงานความร้อนจากน้ำเสียกระบวนการผลิตสุรา และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยื่นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ เป็นต้น

"การซื้อขายคาร์บอนเครดิตขณะนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เพราะได้ประโยชน์หลายทาง เช่น โรงไฟฟ้านำน้ำหมักน้ำเสียมาใช้ผลิตไฟฟ้า ส่วนหนึ่งใช้ในโรงงานของตนเอง อีกส่วนหนึ่งขายให้กับการไฟฟ้าและเมื่อประเมินว่า โครงการสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ก็สามารถยื่นความประสงค์ขอขายคาร์บอนเครดิตเป็นรายได้เสริมให้กับธุรกิจอีกด้านหนึ่ง ภาพลักษณ์ขององค์กรก็ดีด้วย" น.ส.พงษ์วิภากล่าว

ส่วนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 12-14 ยูโร/ตันคาร์บอน จากก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2551 ราคาซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตเคยขึ้นไปสูงถึง 20 ยูโร/ตันคาร์บอน เนื่องจากยังมีผู้พัฒนาโครงการ CDM ไม่มาก ขณะปีที่ผ่านมาลงไปอยู่ที่ 10 ยูโร/ตันคาร์บอน เพราะปริมาณการซื้อขายมากขึ้น

ประกอบกับการชะลอซื้อคาร์บอนเครดิตของประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นสมาชิกในกลุ่มบัญชี 1 (Annex 1) เพื่อรอผลการประชุมเจรจาอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่เมืองแคนคูน ช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ว่าจะลดภาระการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศพัฒนาแล้วหรือไม่ แต่ผลก็คือ ประเทศพัฒนาแล้วยังต้องลดเหมือนเดิม ดังนั้นปริมาณการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตจึงกระเตื้องขึ้น

ปัจจุบันจีนได้กลายเป็นประเทศที่มีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตสูงสุด โดยมีโครงการที่ได้รับรองจาก UNFCC CDM-EB แล้วจำนวน 1,362 โครงการ สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 296.38 ล้านตันคาร์บอน/ปี อันดับสอง ได้แก่ ประเทศอินเดีย ขึ้นทะเบียนโครงการไปแล้วเป็นจำนวน 690 โครงการ สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 56.18 ล้านตันคาร์บอน/ปี จากปริมาณรวมทั่วโลก 487.46 ล้านตันคาร์บอน/ปี

สำหรับทิศทางการตลาดคาร์บอนเครดิตค่อนข้างมีแนวโน้มดี ประกอบกับมีการร้องขอให้ภาครัฐสร้างแรงจูงใจในการดำเนินโครงการ CDM ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากขึ้น ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติมาตรการสนับสนุนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากกำไรสุทธิเป็นเวลา 3 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความร่างกฎหมาย คาดว่าต้นปีหน้าจะประกาศบังคับใช้ได้ ซึ่งก็จะเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการสนใจพัฒนาโครงการ CDM มากขึ้น

ด้านนายนที สิทธิประศาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ.ที.ไบโอ พาว เวอร์ จำกัด ซึ่งเป็น 1 ใน 2 บริษัทที่ได้รับใบรับรอง CERs สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิต กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงโครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตลอต 2 ของ โรงไฟฟ้าแกลบ กำลังผลิตติดตั้ง 22 เมกะวัตต์ว่า ที่ผ่านมาบริษัทที่ปรึกษาคือ บริษัทเอสจีเอส (SGS) จากอังกฤษ ที่จะเข้ามาประเมินและตรวจสอบอยู่ระหว่างถูกพักใบอนุญาตจากปัญหาภายใน ทำให้โครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตลอต 2 ของบริษัทล่าช้าออกไป

แต่ขณะนี้บริษัท SGS อังกฤษ กลับมาดำเนินการประเมินและตรวจสอบโรงไฟฟ้าแกลบของบริษัทได้แล้ว เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่กว่าจะผ่านการพิจารณาไปจนกระทั่งถึงกระบวนการขอใบรับรอง CERs ยังต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะลงนามซื้อขายคาร์บอนเครดิตจำนวน 43,000 ตันคาร์บอน กับลูกค้าในครึ่งปีแรกของปี 2554 ได้ หลังจากนั้นจึงจะทำสัญญาแบบปีต่อปีในจำนวน 60,000-70,000 ตันคาร์บอนต่อไป

ที่มา:หนังสือพิมพ์ประชาติธุรกิจ

 
 

อุตฯยานยนต์ไทยดาวเด่นอาเซียนเตือนเร่งปรับตัวหนีคู่แข่งยึดฮับการผลิต

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2010 เวลา 17:14 น.

ที่มา นสพ ออนไลน์



อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยปีนี้ โดดเด่นทั้งด้านการผลิต การส่งออก และยอดการจำหน่ายในประเทศ ทำให้คาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะมีอัตราการเติบโตถึง 48-50% แม้เศรษฐกิจโลกจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และเศรษฐกิจไทยก็เริ่มมีแนวโน้มชะลอ ตัวลง


อ่านเพิ่มเติม...

 
 

ไทยไทเกอร์" ท่าจะหารันเวย์ไม่เจอ

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2010 เวลา 17:12 น.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

คมนาคมตีกลับ แผนลงทุน ตั้งสายการบินไทย  ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ของการบินไทย เสนอใช้งบลงทุนปกติ 100 ล้านบาท ชี้ยังขาดรายละเอียด...

อ่านเพิ่มเติม...

 
 

หุ้นไทยมีลุ้นรีบาวน์ แรงซื้อกลุ่มพลังงานหนุน

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันอังคารที่ 21 ธันวาคม 2010 เวลา 16:21 น.

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ

ตลาดหุ้นไทยมีลุ้นรีบาวน์ หลังร่วงแรงวานนี้ คาดแรงขายต่างชาติเริ่มแผ่ว แรงซื้อกลุ่มพลังงาน-แบงก์หนุนดัชนี คาดแนวรับ 1,000 แนวต้าน 1,015 จุด

อ่านเพิ่มเติม...

 
 

พิษรถไฟฟ้า-ชิง4แสนคนงาน ซิโน-ไทยรับ20,000/วิกฤตแรงงานปะทุ

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันอังคารที่ 21 ธันวาคม 2010 เวลา 16:13 น.

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ

วิกฤตแรงงานขาดแคลนส่งผลกระทบหนักทุกภาคส่วน อุตสาหกรรมก่อสร้างปีหน้าต้องการ 400,000 คน รองรับโครงการรถไฟฟ้า เฉพาะ "ซิโน-ไทยฯ" บริษัทเดียวรับ 20,000 คน รับสร้างบ้านก็ไม่น้อยหน้า ขาดโฟร์แมนคุมงาน ลามไปถึงโรงงานการ์เมนต์-ประกอบรถยนต์-จิวเวลรี่ หลังพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ คนงานกลับเข้าโรงงานไม่ถึงครึ่ง ภาคการเกษตรแจ็กพอตด้วย เกิดปรากฏการณ์แย่งแรงงาน กรีดยาง เรือประมงขาดหนัก หันพึ่งแรงงานต่างด้าว

อ่านเพิ่มเติม...

 
 

มาเลเซียอนุมัติโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนใหญ่สุดในประเทศมูลค่า $1.15 หมื่นล้าน

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2010 เวลา 16:31 น.

ที่มา : อินโฟเควส



คณะรัฐมนตรีมาเลเซียอนุมัติโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในกรุงกัวลาลัม เปอร์ เมืองหลวงของประเทศ เป็นมูลค่า 3.6 หมื่นล้านริงกิต (1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคขนาดใหญ่สุดที่เคยมีมาในประเทศ โดยเป็นความพยายามของรัฐบาลมาเลเซียในการปรับปรุงการขนส่งสาธารณะในเมือง หลวง


อ่านเพิ่มเติม...

 
 

ทล.ปัดฝุ่นมอเตอร์เวย์ เส้นบางใหญ่-บ้านโป่ง มูลค่าลงทุน2.4หมื่นล. ปรับแผนลากถึงกาญจน์ รับท่าเรือน้ำลึกทวาย

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2010 เวลา 16:06 น.

ที่มา แนวหน้าออนไลน์

ทาง หลวงปัดฝุ่นโครงการมอเตอร์เวย์ 2.4 หมื่นล้าน เส้นบางใหญ่-บ้านโป่งขยายเส้นทางถึงกาญจนบุรี รับท่าเรือน้ำลึกทวาย คาดชงคมนาคมไฟเขียวต้นปีหน้า ด้าน"โสภณ"มอบนโยบายจัดลำดับความสำคัญโครงการก่อสร้าง พร้อมผลักโครงการถนนสีขาว รณรงค์ความปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติม...

 
 

พาณิชย์ลุ้นหลุดบัญชีPWLรอบ4ปี

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2010 เวลา 15:56 น.

ที่มา:ฐานเศรษฐกิจ

ทยลุ้นสหรัฐฯปลดบ่วงพ้นบัญชี PWL หลังถูกแบล็กลิสต์ประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง ต้องถูกจับตามองพิเศษมานานกว่า 4 ปี "อลงกรณ์" เตรียมถกนอกรอบกับผู้อำนวยการทรัพย์สินทางปัญญาของยูเอสทีอาร์คนใหม่ 14 ธ.ค.นี้ ขณะประกาศเตรียมเช็กบิล 3 เจ้าแม่ซีดีเถื่อนกลางเมืองหลวงหวังโชว์ผลงานเข้าตากรรมการ พร้อมโชว์แผนป้องปรามละเมิดฯปี54

อ่านเพิ่มเติม...

 
 

รฟม.ประมูล"พีพีพี"สายสีม่วงหมื่นล. ก๊อกสองเล็งรื้อสัมปทานใต้ดิน"สีน้ำเงิน"เอื้อเอกชน

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย 235 วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2010 เวลา 16:42 น.

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ

 

รฟม. นำร่องสายสีม่วง "บางซื่อ-บางใหญ่" ดึงเอกชนลงทุน PPP Gross Cost สัมปทาน 30 ปี เงินลงทุน 13,243 ล้านบาท จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน เล็งรื้อสัมปทานรถไฟฟ้าใต้ดินสายเก่า "บางซื่อ-หัวลำโพง" เข้าระบบ PPP วงในเผยเอื้อ BMCL รับความเสี่ยงขาดทุน 8,000 ล้านแทนเอกชน


 

อ่านเพิ่มเติม...

 
 

หน้า 1 จาก 142