Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 3
Friday, 08 January 2010 16:10

การดำเนินงานด้านการพัฒนากฎระเบียบ

Written by 
Rate this item
(0 votes)

การดำเนินงานด้านการพัฒนากฎระเบียบ
กิจกรรมด้านการพัฒนากฎระเบียบด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อจัดทำข้อ เสนอด้านการพัฒนากฎระเบียบเกี่ยวกับโลจิสติกส์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการปรับปรุงเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยได้รวบรวมประเด็นปัญหาในการดำเนินงานของภาคเอกชน และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณา โดยมีประเด็นนำเสนอที่สำคัญประกอบไปด้วย

1. การเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งในระบบคอนเทนเนอร์ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบการขนส่งสินค้าในระบบคอนเทนเนอร์ทั้งการขนส่งสินค้าขา เข้าและการขนส่งสินค้าขาออก โดยได้รวบรวมประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งในส่วนที่สามารถดำเนิน การได้ในทันที และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการนำเสนอร่างกฎหมายต่อ สภานิติบัญญัติ

ตัวอย่างของประเด็นปัญหาสำคัญที่นำเสนอต่อคณะ อนุกรรมการได้แก่ ปัญหาการควบคุมการขนส่งสินค้าอันตราย ซึ่งควรมีการควบคุมเส้นทางการเดินรถให้อยู่ในบริเวณที่ไกลจากเขตชุมชน และควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเส้นทางที่กำหนด ปัญหาเรื่องน้ำหนักของเครื่องทำความเย็นให้กับตู้คอนเทนเนอร์ Generator Set ซึ่งควรมีการกำหนดแนวทางการพิจารณาที่ชัดเจน ปัญหาเรื่องเวลาห้ามเดินรถซึ่งมีความแตกต่างและไม่ชัดเจน ทำให้เกิดเวลาในการรอคอยและไม่สามารถขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปยังท่าเรือได้ทัน ภายใน 24 ชั่วโมงและเกิดการตกเรือในที่สุด ซึ่งควรมีการพิจารณาเส้นทางในการเดินรถบรรทุกให้เหมาะสมกับความเป็นจริงของ อุตสาหกรรม เป็นต้น

สำหรับกฎหมายที่เสนอให้มีการแก้ไขประกอบไปด้วย พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2456, พรบ. วัตถุอันตราย 2535, พรบ. ศุลกากร 2469, พรบ. ส่งเสริมพาณิชยนาวี 2521, ปว. 58 (ควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน)ข้อ3(9), ปว. 68 (ควบคุมการจอดเรือในแม่น้ำลำคลอง), พรบ. การรับขนสินค้าทางทะเล 2534, พรบ. ภาษีโรงเรือน, พรบ. โรงงาน 2534, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, พรบ. ยาเสพติด 2522, พรบ. จราจร 2524, พรบ. ทางหลวง 2535, พรบ. การทางพิเศษ, พรบ. จราจรทางบก 2522 และประมวลรัษฎากร โดยการนำเสนอได้มีการระบุมาตราและแนวทางในการแก้ไข ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปดำเนินการต่อได้ในทันที

2. การเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งทางบก ซึ่งผู้แทนสมาพันธ์ได้นำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขของแนวความคิดกรอบการกำกับดูแลการขนส่งทางถนน ดังต่อไปนี้

ก. ปัญหาด้านองค์กรกำกับดูแล ซึ่งคณะกรรมการโดยส่วนใหญ่เป็นผู้แทนที่มาจากหน่วยงานภาครัฐและไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งมีแนวทางแก้ไขประกอบด้วย

- คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นควรมีจำนวนที่เหมาะสมและประกอบด้วยหน่วยงานที่มี ความเกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น แต่ควรมีผู้แทนภาคเอกชนอยู่ในคณะกรรมการ ทั้งจากผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้บริการ
- อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควรมุ่งเน้นการกำหนดนโยบายและมาตรการเฉพาะในส่วนของการขนส่งทางถนน

ข. ปัญหาด้านการแบ่งประเภทของการประกอบการ เนื่อง จากความซับซ้อนของการประกอบธุรกิจการขนส่งในปัจจุบันทั้งด้านการขนส่งผู้ โดยสารและการขนส่งสินค้า ซึ่งมีลักษณะการประกอบการที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การกำหนดนโยบายสำหรับการขนส่งแต่ละประเภทจำเป็นต้องมีการระบุเฉพาะ เจาะจงเพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายให้เหมาะสมซึ่งเห็นว่าควรแบ่งประเภทของการ ประกอบการขนส่งทางถนนเป็น

- การประกอบการขนส่งผู้โดยสารประจำทาง
- การประกอบการขนส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง
- การประกอบการขนส่งผู้โดยสารรถแท็กซี่
- การประกอบการขนส่งสินค้าส่วนบุคคล
- การประกอบการขนส่งสินค้าทั่วไป
- การประกอบการขนส่งสินค้าอันตราย

ค. ปัญหาด้านการเข้าสู่ตลาด เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ให้บริการขนส่งสินค้าที่ไม่มีความสามารถในการ บริหารจัดการอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาจากการขนส่งทั้งคุณภาพของพนักงานขับรถ ความสามารถในการชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของสินค้า และประสิทธิภาพในการให้บริการ อันมีสาเหตุมาจากการไม่มีหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้มีการจดทะเบียนเป็นผู้ ประกอบการที่ดีเพียงพอ ซึ่งได้เสนอแนวทางแก้ไขคือ

- ต้องแสดงฐานะทางการเงินและแผนธุรกิจ
- ต้องมีประกันภัยด้วยจำนวนเงินที่เหมาะสม
- ต้องมีประวัติการประกอบการที่ดี
- ต้องแสดงให้เห็นว่ามีทักษะและความชำนาญในการประกอบการ
- ต้องแสดงให้เห็นว่ามีที่จอดเก็บ และอู่ซ่อมและบำรุงรักษา
- ต้องนำส่งรายงานทางการเงินประจำปีในรูปแบบที่กำหนด
- ต้องนำส่งรายงานผลการดำเนินงานประจำปี

ง. ปัญหาด้านการกำกับดูแลด้านบริการ ปัจจุบัน กรอบการกำกับดูแลของไทยยังไม่มีระบบกำกับดูแลคุณภาพการให้บริการอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยมีการกำหนดเพียงมาตรฐานการให้บริการไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น ในขณะที่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วได้มีแนวทางในการกำกับดูแลคุณภาพการให้ บริการไว้ชัดเจนและสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกฎเกณฑ์การเข้าสู่กิจการขนส่งทางถนน ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมการขนส่งของไทยเกิดการตัดราคาเพื่อรักษากลุ่มลูกค้าของ ผู้ให้บริการรายใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่การถอนตัวออกจากตลาดของรายย่อย และเกิดลักษณะของตลาดผูกขาดในท้ายที่สุด ซึ่งได้เสนอแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- กำหนดค่าบริการขั้นต่ำในกรณีที่เชื่อได้ว่ามีการแข่งขันด้านราคาที่ไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น
- กำหนดข้อห้ามมิให้ผู้ประกอบการขนส่งกระทำการที่ขัดต่อประโยชน์สาธารณะ

จ. ปัญหาด้านการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย เนื่องจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่มีเป็นจำนวนมาก และความเสียหายที่เกิดจากรถขนส่งสินค้ามักมีมูลค่าสูง และมักส่งผลต่อผู้ใช้เส้นทางทั่วไปอย่างรุนแรง อันอาจมีสาเหตุมาจากความละเลยในการกำกับดูแลยานพาหนะ และคุณภาพของพนักงานขับรถ จึงเห็นว่าควรกำหนดแนวทางแก้ไขคือ

- เพิ่มเงื่อนไขการออกใบอนุญาตขับขี่ให้กับพนักงานขับรถ
- จัดตั้งให้มีพนักงานตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งมีอำนาจในการสุ่มตรวจยวดยานในสถานประกอบการ เพื่อติดตามและประเมินการปฏิบัติตามระเบียบของการขนส่ง

ฉ. ปัญหาด้านการกำหนดความรับผิดชอบของผู้ประกอบการสืบเนื่องจาก ปัญหา ในการรับผิดชอบความเสียหายต่อสินค้าระหว่างการขนส่ง ปัญหาของการขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย และความรับผิดต่อบุคคลที่ 3 ซึ่งมักเกิดการถกเถียงกันระหว่างผู้ขนส่งและเจ้าของสินค้า หรือผู้รับขนส่งสินค้า โดยมักเกิดการปฏิเสธความรับผิดชอบ ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้สูญเสีย หรือบุคคลที่ 3 ในมีแนวทางแก้ไขคือการสร้างกรอบกฎหมายด้านเอกชน เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการและสร้างความชัดเจนในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ ประกอบการขนส่ง ผู้ส่งของ และผู้รับใบตราส่ง

ช. ปัญหาด้านการกำกับดูแลสถานีขนส่ง เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกรณีของศูนย์กระจายสินค้ากับสถานีขนส่งสินค้าซึ่งมีความใกล้เคียง กันในแง่ของกฎหมาย ทำให้ภาคเอกชนเกิดปัญหาจากความไม่ชัดเจนในการกำกับดูแลของภาครัฐ จึงได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- แบ่งประเภทของสถานีออกเป็น
1. สถานีขนส่งผู้โดยสารส่วนบุคคล
2. สถานีขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ
3. สถานีขนส่งสินค้าส่วนบุคคล
4. สถานีขนส่งสินค้าสาธารณะ

- กำกับดูแลเพื่อมิให้เกิดการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม

ซ. ปัญหาด้านการบังคับใช้กฎหมาย เกิดจากขีดความสามารถของภาครัฐ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้อธิบดีหรือนายทะเบียนมีอำนาจควบคุมดูแลบรรดากิจการ ที่เกี่ยวกับการขนส่ง ซึ่งแม้ว่าอธิบดีจะมีอำนาจมอบหมายให้ผู้ตรวจการหรือพนักงานตรวจสภาพทำการแทน ได้ แต่ในทางปฏิบัติพบว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากผู้ประกอบการมีจำนวนมาก ซึ่งมีแนวทางแก้ไขประกอบด้วย

- ให้ผู้แทนของผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการขนส่ง
- นำหลักการของห่วงโซ่ของความรับผิดมาใช้พัฒนาช่องทางให้ผู้ใช้บริการและประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นได้

3. การเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาพิธีการศุลกากร ผู้แทนสมาพันธ์ได้นำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางในการแก้ไข ซึ่งมีประเด็นที่สำคัญสรุปได้ดังต่อไปนี้

ก. โครงสร้างพิกัดศุลกากรที่ยุ่งยาก ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจส่วนบุคคลมากเกินไป ทำให้ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และจะเป็นช่องทางให้เกิดการเรียกร้องเงินนอกระบบซึ่งได้นำเสนอแนวทางแก้ไข ประกอบไปด้วย

- ควรให้ทำใบขนสินค้าก่อนมีการประเมิน
- ควรผลักดันให้มีการประเมินราคาตาม GATT Valuation ของ WTO อย่างจริงจังเร่งด่วน เพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน
- ควรงดเว้นภาษีนำเข้าสินค้าตัวอย่าง หรือสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย
- ควรพิจารณากำหนดระเบียบปฏิบัติ และให้คำนิยามของสินค้าตัวอย่างให้ครอบคลุมถึงกรณีของสินค้าตัวอย่างที่ต้อง ตรวจวิเคราะห์และไม่สามารถส่งคืนในสภาพเดิมได้

ข. การจัดทำมาตรฐานสากลในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากร อาทิช่วงเวลาในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ระบบการทำงาน การตรวจสอบย้อนหลัง และระบบเอกสารในการดำเนินพิธีการ เป็นต้น โดยได้นำเสนอแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- เปลี่ยนระบบการทำงานให้เป็นกะ และให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
- แก้ไขกฎหมายมาตรา 118 ให้การปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
- สินค้า FCL ควรใช้เบอร์ตู้แทน Shipping Mark 
- การจัดทำ Post Review ควรอยู่ในช่วงเวลา 3 เดือน
- ควรเร่งเคลียร์สินค้าออกจากท่าเรือให้เร็วเพื่อลดภาระพื้นที่หน้าท่าและคลังสินค้า หรือชำระค่าฝากสินค้าให้กับท่าเรือ
- ควรลดเอกสารที่ใช้ในการ Transshipment โดยการใช้ Single Document
- พัฒนารูปแบบรองรับการใช้เอกสารชุดเดียวกันสำหรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และพัฒนาระบบ Paperless เพื่อสนับสนุน
- เร่งรัดให้มีการใช้ระบบ EDI ที่สมบูรณ์มากขึ้น และจัดทำกฎหมายรองรับธุรกรรมที่ผ่านระบบดังกล่าว
- เปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายบางรายการให้เข้าระบบอย่างถูกกฎหมาย

ค. การบูรณาการพิธีการศุลกากรไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งเสริมความสะดวกรวดเร็วในการค้าชายแดน เนื่องจากปัจจุบันการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศก่อนการส่งออกจะต้องมีการตรวจ สอบสินค้า ณ ประเทศต้นทาง โดยต้องดำเนินพิธีการศุลกากร เพื่อตรวจสอบสินค้า ณ ประเทศต้นทาง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า และเมื่อสินค้าไปถึงยังประเทศปลายทางจะ ต้องมีการผ่านพิธีการศุลกากรอีกครั้ง ซึ่งการผ่านพิธีการศุลกากรทั้งในประเทศผู้ส่งออก และประเทศผู้นำเข้านั้น ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน และทำให้เกิดความไม่สะดวกในการส่งออก และทำให้เสียเวลา โดยได้นำเสนอแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- การดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรเพื่อการขนส่งสินค้าผ่านแดนให้ดำเนินการเพียงครั้งเดียว ณ ประเทศต้นทาง หรือตรวจสอบร่วมกัน
- กำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบสินค้าให้เหมือนกัน

4. การเสนอแนะแนวทางยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้แทนสมาพันธ์ได้นำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางการพัฒนาผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย ดังต่อไป

ก. ปัญหาและอุปสรรคด้านกฎหมายภาษีอากร โดย การดำเนินงานในปัจจุบันสมาพันธ์พบว่าผู้ให้บริการโลจิสติกส์มีสภาพปัญหา เกี่ยวกับหลักการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และข้อเสนอแนะสำหรับการแก้ไข โดยมีประเด็นต่างๆ ดังนี้

- ควรให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เกี่ยวกับการส่งออกเสียภาษีอัตรา 0 % เช่นเดียวกับผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศอาทิ สายเรือ เป็นต้น
- ปัจจุบันผู้ให้บริการขนส่งไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรพิจารณา ให้สามารถเลือกเข้าระบบได้โดยมีฐานภาษีเป็น 0 % เพื่อลดปัญหาการขอคืนภาษีล่าช้า
- ปัจจุบันผู้ให้บริการโลจิสติกส์ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการขนส่ง เช่น การรับจัดการคลังสินค้า, การรวบรวมสินค้า เป็นต้น ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% จึงควรปรับให้เท่ากับอัตราของภาษีซึ่งผู้ให้บริการการขนส่งสินค้าต้องจ่าย

ข. มาตรการทางภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทย

- เพื่อสนับสนุนการขยายเครือข่ายการให้บริการของผู้ให้บริการโลจิสติกส็ไทย ขอให้พิจารณามาตรการทางภาษี โดยหักค่าใช้การดำเนินการเพื่อเครือข่ายหรือจัดตั้งสาขาในต่างประเทศได้เป็น จำนวน 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการขยายการการลงทุนไปต่างประเทศ
- ขอให้พิจารณายกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานในกรณีต้องเดินทางไปทำ งานในสาขาต่างประเทศเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ ประกอบการ
- ขอให้พิจารณายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ที่รัฐสามารถจะให้ได้ ภายใต้กรอบของคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งผู้ที่ร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสร้างเครือข่ายให้ผู้ประกอบการไทย

ค. ปัญหาการไม่มีสถานภาพทางศุลกากรของผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่อง จากผู้รับจัดการขนส่งสินค้าเป็นผู้ให้บริการที่เกิดขึ้นภายหลัง พรบ.ศุลกากร ทำให้ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ และหน้าที่ของผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้เกิดปัญหาคือ

- ผู้รับจัดการขนส่งไม่มีสถานภาพทางศุลกากร ไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ต้องดำเนินการผ่านตัวแทน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจและเกิดความล่าช้าในกระบวนการ
- ไม่มีกฎหมายที่บัญญัติความรับผิดในกรณีที่สินค้าเสียหายกรณีที่มีปัญหาจะ ต้องใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการรับขนของและกฎหมายว่าด้วยการรับขนของ ทางทะเล มาอนุโลมใช้

แนวทางแก้ไขคือ ขอให้มีการพิจารณาสถานภาพของผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการกำกับดูแล รวมถึงความรับผิดในกรณีเกิดความเสียหายจากการขนส่ง

Read 13560 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35