Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 3
Friday, 08 January 2010 16:09

การดำเนินงานด้าน Capacity Building

Written by 
Rate this item
(0 votes)

 

การดำเนินงานด้าน Capacity Building

สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทยตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถในการบริหาร จัดการโลจิสติกส์ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์ผ่านการ ดำเนินงาน ทั้งในรูปแบบของโครงการและการจัดประชุมเพื่อกำหนดแนวทางและสร้างความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันทำให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญและเกิดความตื่นตัวในการดำเนินกิจกรรม ด้านโลจิสติกส์มากขึ้น

ผลงานด้าน Capacity Building ที่สำคัญได้แก่

1. เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้าน Capacity Building โดยเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมส่งเสริมการส่งออก, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน,กรมการขนส่งทางบก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นต้น โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาตัวเลขปริมาณความต้องการบุคลากรด้านโลจิสติกส์ เพื่อเป็นฐานในการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาโครงการให้เพียงพอต่อความต้องการของ ตลาด โดยพบว่ามีความต้องการบุคลากรรวม 1,740,000 คน ในขณะที่ความสามารถในการผลิตและยกระดับบุคลากรของหน่วยงานทีเกี่ยวข้องมี เพียง 351,270 คน และความสามารถในการสร้าง Trainer 1,370 คน

ที่ประชุมได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และได้มีการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการดังต่อไปนี้
- เพื่อให้มีความชัดเจนในการทำงานและเป็นการสร้างแรงจูงใจในการศึกษาด้านโลจิ สติกส์ ที่ประชุมเห็นว่าควรมีการสร้างรูปแบบสายงานอาชีพ (Career Path) ด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้มีผู้สนใจศึกษาต่อในด้านโลจิสติกส์เพิ่มสูงขึ้น  
- การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนและการพัฒนายกระดับของบุคลากรจำเป็นต้องมี มาตรฐานที่ชัดเจน จึงเห็นว่าควรมีการจัดทำ Vocational Qualification (VQ) และมาตรฐานฝีมือแรงงาน อันจะทำให้ภาคเอกชนและบุคลากรในระดับต่างๆ มีการยกระดับความสามารถของตนเองให้สูงขึ้นสอดคล้องกับภาระหน้าที่และความ ก้าวหน้าในอาชีพ
- ความรู้ด้านโลจิสติกส์เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างองค์ความรู้และประสบการณ์ จริงในภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนให้อาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยมีการศึกษาวิจัยเชิงธุรกิจมากขึ้นและให้ มีเวทีในการนำเสนอผลงานวิจัยต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาความพร้อมของอุปกรณ์การเรียนการสอนของสถานศึกษา ให้สามารถถ่ายทอดความรู้ให้เห็นภาพของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
- จำนวนของบุคลากรทางการศึกษาโดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอในการสร้างและยกระดับบุคลากรที่มีอยู่ จึงเห็นว่าควรมีการยกระดับและให้สิทธิประโยชน์กับอาจารย์ เพื่อให้มีอาจารย์ที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษามากขึ้น และควรมีการประเมินประสิทธิภาพของอาจารย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ
- สืบเนื่องจากความต้องการบุคลากรที่มีเป็นจำนวนมากในขณะที่ขีดความสามารถของ หน่วยงานราชการยังคงมีอยู่จำกัดในปัจจุบัน จึงควรสนับสนุนให้ภาคเอกชนจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม และศูนย์ทดสอบมาตรฐานในด้านต่างๆ โดยภาครัฐเป็นผู้กำหนดมาตรฐานที่จำเป็นเพื่อการกำกับดูแล

นอกจากนี้ผล จากการจัดประชุมได้ก่อให้เกิดความตื่นตัวในการจัดทำแผนการดำเนินโครงการ สำหรับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกอบรม ตลอดจนความร่วมมือกันของหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มปริมาณการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันการ ศึกษาทั้งในระดับอาชีวะศึกษา และอุดมศึกษา ดังต่อไปนี้

ระดับการศึกษา

จำนวนสถาบันการศึกษา 
ที่มีหลักสูตรด้านโลจิสติกส์

ความสามารถในการผลิตบุคลากร
ด้านโลจิสติกส์ในปัจจุบัน (คน)

อาชีวะศึกษา

27

494

อุดมศึกษา

16

1,488

รวม

43

1,982

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา / ที่ประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยด้านโลจิสติกส์
โดย ในระดับอาชีวะศึกษามีสถานศึกษานำร่องด้านโลจิสติกส์ทั้งสิ้น 27 แห่ง และมีจำนวนนักศึกษาในปี 2549 ทั้งสิ้น 494 คน สำหรับสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ (ทั้งในส่วนของสาขาโลจิสติกส์และกลุ่มวิชาเอกด้านโลจิสติกส์) ทั้งสิ้น แห่ง และมีความสามารถในการผลิตบุคลากรได้ประมาณ 1,488 คนต่อปี
นอกจากนี้ การจัดประชุมดังกล่าวยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เกี่ยวข้อง และนำมาซึ่งการเพิ่มความร่วมมือในการจัดอบรมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ มากยิ่งขึ้น

2. การดำเนินโครงการภายใต้ Trade Capacity Building ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการไทยทั้งภาคการผลิตและ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ให้มีความพร้อมในการแข่งขันสำหรับการเปิดเสรีทางการ ค้าจากการเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าที่สำคัญอย่างเช่น สหรัฐ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการประสานงานและจัดทำโครงการทั้งสิ้น 4 โครงการคือ

- โครงการจัดงาน Thai-U.S. Logistics Fair and Symposium 2006 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2549 ณ ฮอล์ 3 ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

Sample ImageSample Image

ภาย ในงานThai-U.S. Logistics Fair and Symposium 2006 ประกอบไปด้วยกิจกรรม 2ส่วนคือการจัดนิทรรศการของผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานด้านการศึกษา และกิจกรรมในส่วนที่สองคือการจัดสัมมนาเชิงวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งจาก ภาครัฐและเอกชนของไทย และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ซึ่งผลการจัดงานดังกล่าวทำให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้รับทราบข้อมูล เทคโนโลยีโลจิสติกส์ในปัจจุบันที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ มีการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้และเกิดความร่วมมือในทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น ตลอดจนได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ สำหรับนำกลับไปใช้ภายในองค์กรของตน จากการเข้ารับฟังสัมมนา ซึ่งมีหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ อาทิ

- Logistics: A new Frontier for Thailand competitiveness
- Thailand Logistics Master Plan
- Suvarnabhumi – Facilitating Thailand’s Competitiveness
- Thailand e-Logistics
- Outlook for Enabling Technology in Supply Chain Management
- Global Supply Chain Management: A U.S. Government Perspective
- Logistics Workforce Development
- Global Supply Chain Security Issues
- Challenges for Transforming Thailand into ASEAN Trading Hub
- Logistics Challenges in Sourcing Products from Asia
- A Practical Review of China’s Logistics Business to U.S.
- Creating Competitive Edge with Supply Chain Management-Strategy for companies in Thailand
- Improving IBM Supply Chain Efficiencies: A Case Study
- Sustaining Thailand’s Competitiveness from Global Sourcing

- โครงการ Logistics Standard Systems เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการสร้างแนวทางในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของผู้ ประกอบการ โดยการ Benchmarking ประสิทธิภาพของผู้ให้บริการไทยกับต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ให้บริการไทยทราบระดับความสามารถในการแข่งขันของตนเองกับ อุตสาหกรรม และสามารถพัฒนายกระดับประสิทธิภาพได้อย่างถูกต้อง ผ่านการพัฒนาเครื่องมือบ่งชี้การบริหารจัดการที่ดีด้านโลจิสติกส์ สำหรับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย ตลอดจนเสนอแนวทางสู่การปฏิบัติที่ดีในบริการด้านโลจิสติกส์ จากงานศึกษาทาง วิชาการทั้งในและต่างประเทศ และกรณีศึกษาจริงจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์

ผล ที่ได้รับจากโครงการคือ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์สามารถนำเครื่องมือที่ได้จากโครงการไปประเมินศักยภาพ การปฏิบัติงาน และสามารถบ่งบอกถึงสิ่งที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงการให้บริการของตนเองตาม ลำดับความสำคัญ
ในขณะที่ผู้ใช้บริการโลจิสติกส์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการว่าจ้างผู้ให้บริการโลจิสติกส์จากภายนอก (Outsourcing) ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับกิจกรรม เช่น มีแนวทางในการคัดเลือก ตลอดจนการควบคุมและประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ เป็นต้น

- โครงการ Logistics Curriculums เป็นโครงการที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้าน โลจิสติกส์ในสถาบันการศึกษาที่ยังไม่มีหลักสูตรในด้านนี้ โดยหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมีเป้าหมายให้ถูกใช้เป็นแนวทางหรือต้นแบบในการเรียน การสอนของสถาบันการศึกษาทั้งในระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา

ผล สัมฤทธิ์ของโครงการส่งทำให้สถาบันการศึกษาในระดับต่างๆ ของประเทศไทยมีหลักสูตรโลจิสติกส์ที่มีมาตรฐาน เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ มีการปรับปรุงและพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่องและสม่ำ เสมอ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรด้านโลจิสติกส์ของไทย และมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรการศึกษาด้านโลจิสติกส์ของไทยและ สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน

- โครงการ Logistics Awareness เกิดจากสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเล็งเห็นว่าปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยมีความรู้ความเข้าใจที่ แตกต่างและคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องโลจิสติกส์ โดยส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ ในขณะที่ความเป็นจริง การขนส่งเป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมที่ประกอบกันขึ้นเป็นระบบโลจิสติกส์ซึ่ง เป็นเรื่องของการบริหารจัดการให้สินค้าส่งถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ในสภาพที่สมบูรณ์และมีต้นทุนต่ำที่สุด ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับบุคคลตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ โรงงานแปรรูป ผู้ค้าส่ง/ปลีก จนถึงผู้บริโภค และยังเกี่ยวพันกับกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การบริหารสินค้าคงคลัง การสั่งซื้อ การบริหารข้อมูล ตลอดจนธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น

การดำเนินโครงการประกอบไปด้วยการ ศึกษา วิเคราะห์ และจัดหมวดหมู่องค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์ ประมวล และเรียบเรียงองค์ความรู้ที่ได้รับจากหน่วยงานไทยและสหรัฐฯ ให้อยู่ในรูปของสื่อต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย และจัดทำสื่อเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทั้งในลักษณะสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (internet ฯลฯ) เพื่อเผยแพร่และจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ทั้งในไทยและสหรัฐฯ โดย การสัมมนาสัญจรในสถาบันการศึกษา การสัมมนาสัญจรในนิคมอุตสาหกรรม และจังหวัดที่มีกิจกรรมโลจิสติกส์ การประชาสัมพันธ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา การประชาสัมพันธ์ความรู้และข้อมูลโลจิสติกส์ผ่านสื่อทางวิทยุ การประชาสัมพันธ์ความรู้และข้อมูลโลจิสติกส์ผ่านสื่อ การประชาสัมพันธ์ความ รู้และข้อมูลโลจิสติกส์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ รวมถึงการจัดทำเว็บไซต์เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับโลจิสติกส์ของ ประเทศ โดยจะรวบรวมข้อมูล/องค์ความรู้ที่สำคัญต่างๆ อาทิ แนวทางการพัฒนา นวัตกรรม และการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจะเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ จะจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศด้วย
ผลสัมฤทธิ์ที่มีความ สำคัญอีกประการหนึ่งคือการสร้างโอกาสการเพิ่มจำนวนผู้เข้าศึกษาต่อในหลัก สูตรด้านโลจิสติกส์ ทั้งในระดับอุดมศึกษาและระดับอาชีวะศึกษา เนื่องจากการสัมมนาที่จัดขึ้นภายในโครงการ มีการเชิญอาจารย์ส่วนแนะแนวของสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ประมาณ 250 คน เข้าร่วมรับทราบข้อมูลของอุตสาหกรรม โอกาส และความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพในสายงานด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดต่อนักเรียนภายในสถาบันของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนเหล่านั้นมีการพิจารณาศึกษาต่อด้านโลจิสติกส์มากยิ่ง ขึ้น อันจะทำให้มีบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางด้านโลจิสติกส์เข้าสู่ภาค อุตสาหกรรมในอนาคต

3. สนับสนุนวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับภาคเอกชน ภาครัฐและสถาบันการศึกษา โดยกรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการยกระดับให้ความ รู้และการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา โลจิสติกส์ของประเทศ อาทิ

- งานสัมมนาวิชาการด้านโลจิสติกส์โดยภาครัฐและเอกชน
- การบรรยายให้ความรู้สำหรับการฝึกอบรมของสถาบันการศึกษา และการฝึกอบรมแบบ In-house Training
- โครงการพัฒนาและยกระดับบุคลากรครูด้านโลจิสติกส์ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นต้น

Sample ImageSample Image

4. เข้าร่วมในกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ การเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน Thailand Logistics Fair 2005-2006 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ และการเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน “อา2006” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

Sample ImageSample Image

การ เข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทำให้สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และการตระหนักถึงบทบาทของสมาพันธ์ในฐานะที่เป็นตัวแทนของภาคเอกชนในการพัฒนา ระบบโลจิสติกส์ของประเทศก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานมากขึ้นตามไป ด้วย

5. เข้าร่วมประชุมให้ข้อคิดเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทาง ในการดำเนินงานด้านการสร้างและการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภาคการศึกษา อาทิ การเข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการจัดทำแผนการผลิตกำลังคนของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), การเข้าร่วมสัมมนาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งอาทิ ท่าเรือ และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เป็นต้น

Sample Image

6. สนับสนุนและให้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรด้านโลจิสติกส์แก่สถาบันการศึกษา อาทิเช่น ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีปทุมในการพัฒนาหลักสูตรโลจิสติกส์ และให้ข้อคิดเห็นต่อการสร้างหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นต้น

สืบเนื่องจากการดำเนินงานของสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ต้องการให้เกิดการพัฒนาระบบการศึกษาด้านโลจิสติกส์ของประเทศอย่างถูกทางใน ระยะยาว จึงส่งเสริมให้สถาบันการศึกษามีการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพความ ต้องการของประเทศ สามารถผลิตบุคลากรที่มีความรู้ตรงตามความต้องการของภาคเอกชน มีความสามารถในสื่อสารและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เป็นต้น

Read 27445 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35