คุณอยู่ที่นี่ : Hot Issue ไทยเปลี่ยนคนดูแลโครงการร่วมทุนรถไฟ

ไทยเปลี่ยนคนดูแลโครงการร่วมทุนรถไฟ

PDFPrintE-mail

 

ที่มา:ไทยรัฐ

 

จีนงงไทยเปลี่ยนคนดูแลรถไฟไทย-จีน จี้ถามความชัดเจนว่าต่อไปจะให้ติดต่อกับใคร เล็งส่งพงษ์ศักดิ์รับหน้าเสื่อแทน ด้าน "กอร์ปศักดิ์" ยันรถไฟไทย-จีน ไม่เกี่ยวเรื่องยกเลิกเงินกู้ 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากจีน...  

 

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมทำหนังสือถึงรัฐบาลจีน เพื่อแจ้งให้ทราบถึงตัวบุคคล หรือคอนแทรค เพอร์ซัน ที่รัฐบาลจีนจะติดต่อด้วยอย่างเป็นทางการ ในโครงการร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน หลังจากที่ได้ทำหนังสือสอบถามรายละเอียดมายังรัฐบาลไทย โดยคาดว่าจะเป็นนายพงษ์ศักดิ์ เสมสันต์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษารายละเอียดร่วมทุนการก่อสร้างโครงการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างรัฐบาลไทยกับจีน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องให้เป็นคนที่สามารถประสานได้หลายหน่วยงาน และทั้งปลัดกระทรวงคมนาคม หรือปลัดกระทรวงการคลัง ต่างก็มีงานที่เยอะมากอยู่แล้ว หากให้มารับหน้าที่นี้ โดยตรงอาจเป็นอุปสรรคของโครงการได้ 

ขณะเดียวกัน นายสุเทพจะแจ้งให้รัฐบาลจีนทราบด้วยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทยได้เห็นชอบกรอบเจรจาความร่วมมือในโครงการนี้แล้ว ดังนั้นจีนสามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่ของจีนเข้ามาศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้ของโครงการร่วมกับคณะทำงานของไทยได้ทันที โดยทำคู่ขนานไปกับการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เพื่อให้การเดินหน้าในโครงการนี้เดินหน้าได้ต่อเนื่องทันที
 

"รัฐบาลต้องการผลักดันให้โครงการร่วมทุนนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว แม้ว่าตามข้อเท็จจริงแล้วยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก็ตาม แต่ก็ถือเป็นผลประโยชน์ของประเทศ คาดว่าการศึกษาความเป็นไปได้จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ได้ตัวเลขการลงทุนและเส้นทางที่ชัดเจนต่อไป"
 

นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า สำหรับกรอบการเจรจาเบื้องต้นที่ ครม.เห็นชอบ จะมีเพิ่มเติมอีก 2 เส้นทาง ตามที่ รมว.คมนาคม เสนอคือ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ส่วนจีนจะสนใจหรือไม่ คงไม่สามารถบอกได้ แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับจีนเพิ่มมากขึ้น แต่ยืนยันว่าโครงการร่วมทุนรถไฟ-จีนไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงเงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่จีน ได้เสนอความช่วยเหลือให้มาก่อนหน้านี้แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นความช่วยเหลือที่จีนเสนอให้นำมาปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่มีเงื่อนไขที่ทำให้ไทยเสียเปรียบทั้งเรื่องอัตราดอกเบี้ย หรือการกำหนดให้ซื้อสินค้าจากจีนไม่น้อยกว่า 50% หรือ การพิจารณาข้อกฎหมายที่ต้องใช้กฎหมายจีน เป็นต้น
 

ทั้งนี้ เส้นทางการลงทุนในกรอบดังกล่าว ประกอบด้วย 5 เส้นทาง คือ 1. เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กม. 2. เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 221 กม. เริ่มต้นจากมักกะสัน-ฉะเชิงเทรา-ระยอง 3. เส้นทางกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กม. 4. เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ 5. เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นการกำหนดกรอบสำหรับการเจรจาเท่านั้น ส่วนการดำเนินการจะตกลงสร้างเส้นทางใดก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่จะมีร่วมกันต่อไป.