คุณอยู่ที่นี่ : Hot Issue อุตฯฟุ้งผลโรดโชว์จีน ดูดเงินทุนร่วมหมื่นล. ดึงกลุ่ม"สื่อสาร-ยาง" เพิ่มการลงทุนในไทย

อุตฯฟุ้งผลโรดโชว์จีน ดูดเงินทุนร่วมหมื่นล. ดึงกลุ่ม"สื่อสาร-ยาง" เพิ่มการลงทุนในไทย

PDFPrintE-mail

ชัยวุฒิ"เผยผลการโรดโชว์จีน คุยฟุ้งมีสิทธิได้เงินทุนเข้าไทยร่วมหมื่นล้าน หลังกล่อมยักษ์ใหญ่อุตฯยาง เข้ามาตั้งโรงงานที่อุดรฯ จีบห้วเว่ย ผุดศูนย์ปฏิบัติการ ด้านเอกชนจีนยาหอม ยังสนใจมาไทยแม้มีปัญหาการเมือง

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการพบปะนักธุรกิจจีน ในการเดินทางไปโรดโชว์ประเทศจีนว่า ขณะนี้กลุ่มบริษัท กว่างตงเสิ่ง หนงเขิ่น จี๋ถ่วน กงซือ ผู้ผลิตยางรายใหญ่ในประเทศจีนให้ความสนใจจะขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่ม เบื้องต้นคาดจะตั้งโรงงานยางแห่งที่ 3 ในจังหวัดอุดรธานี มูลค่าการลงทุนรวมราว 1,000 ล้านบาท แบ่งการลงทุนเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกใช้งบลงทุนราว 370 ล้านบาท คาดว่าเริ่มก่อสร้างโรงงานได้ในเดือนสิงหาคม 2554

นอกจากนี้ บริษัทจะขยายการลงทุนตั้งโรงงานในจังหวัดนครศรีธรรมราษฎร์ เพื่อผลิตวัตถุดิบยางขั้นต้นอีก 40,000 ตันต่อปี จากที่ผ่านมามีการลงทุนผลิตยางในไทยแล้ว 2 แห่ง ที่จังหวัดตรังและสตูล มูลค่าการลงทุนรวม 2,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 70,000 ตันต่อปี จากกำลังการผลิตของโรงงาน 166,000 ตันต่อปี โดยเป้าหมายโรงงานจังหวัดตรังจะเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ 40,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันผลิตอยู่ 20,000 ตันต่อปี

ส่วนการพบปะกับบริษัท หัวเหว่ย ผู้ดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมชั้นนำของโลก ขณะนี้มีความสนใจจะตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค(อาร์ไอเอช) อุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดแวร์บางส่วน และสัญญาจะลงทุนในไทยเพิ่ม ขณะที่บีโอไอก็จะให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุน เช่นเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 0% เป็นเวลา 10 ปี ขยายระยะวลาการใช้สิทธิ์กรณีคนต่างด้าวเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 10% เป็นเวลา 8 ปี เป็นต้น ซึ่งขณะนี้รอเพียงการออกประกาศจากกระทรวงการคลัง คาดดำเนินการได้ภายในปีนี้

ที่ผ่านมาบริษัทหัวเหว่ยได้เข้าไปลงทุนในไทยแล้วไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท ด้วยการประมูลติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย ขณะที่การตั้งสำนักงานอาร์โอเอช ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคของบริษัทนั้นๆ ก็จะทำให้เกิดการขยายการลงทุนในธุรกิจอื่นตามมาด้วย

"ในการโรดโชว์เชิญชวนนักลงทุนจีนครั้งนี้ คาดจะดึงเม็ดเงินการลงทุนเข้าประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจจีนมีความร้อนแรง ขยายตัวสูงมากและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกแซงหน้าญี่ปุ่น ทำให้การขยายตัวของอุตสากรรมอื่นๆมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของจีนได้แก่ อุตสาหกรรมเหล็ก ยานยนต์ เกษตร เป็นต้น"

ด้านนายกัว จุ้น ฟง รองประธานบริษัท หัวเหว่ย กล่าวว่า บริษัทลงทุนในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 10 ปี ดำเนินธุรกิจด้วยความราบรื่น ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยอย่างดี และจากนโยบายของประเทศไทยที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนตั้งสำนักงานปฏิบัติการ ภูมิภาค(อาร์โอเอช) การผลิตฮาร์ดแวร์ และการวิจัยและพัฒนา ซึ่งแต่ละปีบริษัทก็ใช้งบลงทุนราว 10%ของรายได้ เพื่อดำเนินการส่วนนี้อยู่แล้ว ทำให้สนใจจะเข้าไปลงทุนในไทยมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาการลงทุนในไทยได้รับผลตอบแทนขยายตัวดี

นายเหล่ย หย่ง เจี้ยน ประธานบริษัท กว่างตงเสิ่ง หนงเขิ่น จี๋ถ่วน กงซือ กล่าวว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขยายการลงทุนในอุตสากรรมยางเพิ่ม รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่นด้วย เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ซึ่งรัฐบาลจีนส่งเสริมให้นักลงทุนจีนขยายการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"ที่ผ่านมาบริษัทมีประสบการณ์ลงทุนดำเนินธุรกิจในไทย แม้จะเกิดปัญหาทางการเมืองก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแต่อย่างใด หากเป็นประเทศอื่นเมื่อมีความวุ่นวายทางการเมืองอาจไม่กล้าเข้าไปลงทุน" นายกัว จุ้น ฟง กล่าว