คุณอยู่ที่นี่ : Hot Issue "มาร์ค"นัดถกด่วนรับมือบาทแข็งวันนี้ ผวาทุบส่งออกเดี้ยง-ธปท.ชี้ผันผวนอันดับ2ภูมิภาค

"มาร์ค"นัดถกด่วนรับมือบาทแข็งวันนี้ ผวาทุบส่งออกเดี้ยง-ธปท.ชี้ผันผวนอันดับ2ภูมิภาค

PDFPrintE-mail

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ก.ย.นัดประชุมครม.เศรษฐกิจกลุ่มย่อย เพื่อหารือถึงปัญหาเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งขณะนี้เงินบาทผันผวนจากการไหลเข้าออกของเงินทุนต่างประเทศ จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาซักซ้อมความเข้าใจและทำให้เกิดความชัดเจนถึงแนวทางรัฐบาล ซึ่งการไหลเข้าออกของเงินทุนที่เข้าสู่ตลาดหุ้นของไทยนั้นจะมีลักษณะผสมผสาน ของการตั้งใจเข้ามาลงทุนจริงกับการเข้ามาเก็งกำไร โดยมีเงื่อนไขว่าเวลาที่เกิดผันผวนมากๆ จะสร้างโอกาสในการเก็งกำไร และเมื่อเก็งกำไรกันมากๆ จะเหมือนเป็นวงจรทำให้เกิดปัญหา รัฐบาลจะพยายามลดความผันผวนไม่ให้กระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ส่วน กรณีที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าจะแตะ 30 บาท/เหรียญสหรัฐ นั้นตนย้ำมาตลอดว่าไทยเป็นประเทศที่เกินดุลอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น แรงกดดันจะมีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะทำให้รายได้ของผู้ส่งออกลดลง

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เตรียมชี้แจงสถานการณ์เงินบาทต่อนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 2 ก.ย.นี้ โดยยืนยันว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นไปในทิศทางกับภูมิภาค จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการใหม่ๆ มาดูแลพิเศษ โดยล่าสุดในเดือนมิ.ย. เงินบาทแข็งค่า 6.4% เป็นอันดับ 2 รองจากประเทศมาเลเซีย จากช่วงก่อนหน้าแข็งค่า 3.5% โดยยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ผู้ส่งออกลดลงบ้างเล็กน้อย

"ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้เงินบาทของไทยแข็งค่าช้ากว่า ภูมิภาค แต่เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจไทยออกมาค่อนข้างดี รายได้การส่งออกดีขึ้น ทำให้เงินบาทแข็งค่าค่อนข้างเร็ว เรียกว่าเป็นม้าตีนปลาย สะท้อนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เรื่องเก็งกำไรค่าเงินบาท แต่อาจเข้ามาพักหาผลตอบแทนและไหลออกบ้างตามข่าวแง่ลบของสหรัฐ ไม่ใช่ไหลเข้าขาเดียว" นางธาริษากล่าว

ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กังวลว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นช่วงนี้จะกระทบต่อเป้าหมายการส่งออก ของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเติบโตประมาณ 20% มูลค่า 1.83 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้ จากการวิเคราะห์มีแนวโน้มว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาถึง 30 บาท/เหรียญสหรัฐ และอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ปรับขึ้นอาจกระทบต่อการส่งออก หากถึง 30 บาทเมื่อใดกระทรวงพาณิชย์คงต้องหามาตรการมารองรับ โดยผู้ส่งออกซื้อประกันความเสี่ยงไว้ 3-6 เดือนเฉลี่ยที่ 32 บาท/เหรียญสหรัฐ หากแข็งค่าถึง 2 บาท/เหรียญสหรัฐ ถือว่ากระทบต่อรายได้ส่งออกมากพอสมควร ธปท.คงจะต้องหามาตรการดูแลอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจยังต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออกเป็นหลัก

ด้านนายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกคงต้องเหนื่ยมากขึ้นกับการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และต้องยอมรับสภาพ อยากขอให้รัฐบาลดูแลอย่างใกล้ชิดประสานกับภาคเอกชน ส่วนเป้าหมายการส่งออกที่คาดว่าจะโต 20% ยังมีความเป็นไปได้ แม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าไปถึง 30 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่จะลำบากมากขึ้น และรายได้ที่เข้ามาในรูปเงินบาทคงจะน้อยลง

ด้านนักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเมื่อวันที่ 1 ก.ย. แข็งค่าขึ้นจนไปทำสถิติสูงสุด (นิวไฮ) รอบ 26 เดือนที่ระดับ 31.21 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อเวลา 08.55 น