Monday, 30 August 2010 17:20
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย "ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน" ฉบับที่4 ลงวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 16.00น.ว่า ร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงยังคงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอน บนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านโดย เฉพาะพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือไว้ ด้วย
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ออกประกาศด่วนเตือนภัยฉบับที่1 เรื่องฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดทางภาคเหนือ โดยให้ระวังอันตรายจากน้ำป่า น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วม
น้ำป่าไหลบ่าท่วมถนนพิจิตร
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมยังก่อความเดือดร้อนหลายพื้นที่ ล่าสุด เวลา 01.00น.วันที่ 29สิงหาคม เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.พิจิตร ต้องใช้รถยกนำรถยนต์กระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน กค4199เพชรบูรณ์ ที่เสียหลักตกถนน หลังจากน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนบริเวณหลัก กม.ที่78-79 บนถนนทางหลวงหมายเลข11 ตากฟ้า-วังทอง บ้านวังหินเพลิง ม.10 ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ ระดับน้ำสูงกว่า 30เซนติเมตรและท่วมระยะทางยาวกว่า 200เมตร เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา โดยเฉพาะรถโดยสารที่รับส่งผู้โดยสารจากภาคเหนือสู่กทม.เพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากถนนสายดังกล่าว เป็นถนนสายหลักที่ใช้สัญจรเพื่อขึ้นสู่ภาคเหนือ
ลำปางอ่วมจมบาดาล2อำเภอ
ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาในเขตบ้านวังยวม ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง ไหลทะลักเข้าสู่ลำน้ำห้วยสบอาง เข้าท่วมบ้านวังยวม ทำให้ในหมู่บ้านมีระดับน้ำสูงกว่า 80เซนติเมตร บ้านเรือนเสียหายกว่า 50หลังคาเรือน สะพานข้ามลำห้วยแม่สบอางถูกน้ำป่าพัดพาเสียหาย 1แห่ง สัตว์เลี้ยง เช่น ไก่และ เป็ด ถูกน้ำป่าพัดสูญหายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านต้องรีบขนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย ไก่ เป็ดและสุกร ที่ยังหลงเหลืออยู่ ย้ายขึ้นที่สูง เพราะเกรงว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก สำหรับบ้านวังยวม เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งที่4 แล้วในรอบปี ขณะเดียวกัน ที่ตำบลจางเหนือและตำบลนาสัก ในท้องที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง มีน้ำป่าไหลจากยอดดอยน้ำทะลักลงสู่ลำห้วยแม่จาง ไหลทะลักเข้าท่วมหลายหมู่บ้านในตำบลนาสัก เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง เร่งเข้าช่วยเหลือราษฎรเป็นการด่วนแล้ว
น่านฝนตก4ชม.-ตัดขาดหมู่บ้าน
ด้าน นายธวัช เพชรวีระ หน.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน(ปภ.น่าน) เปิดเผยว่า ฝนได้ตกหนักติดต่อกันกว่า 4ชม.กระทั่งช่วงเช้าส่งผลให้ ระดับน้ำในแม่น้ำสาขาต่างๆและแม่น้ำน่าน มีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและล้นทะลักไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรใน ต.สถาน อ.นาน้อย เป็นวงกว้างในพื้นที่ 9หมู่บ้าน ระดับน้ำสูงกว่า 10เมตร โดยเฉพาะที่บ้านทุ่ง ม.12 ชาวบ้านถูกตัดขาดถึง 50หลังคาเรือน ทาง อบต.นาน้อย ขอความร่วมมือจากเทศบาลตำบลนาน้อยและหน่วยกู้ภัย อบจ.น่าน รวมถึงทหารจากจังหวัดทหารบกน่าน นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่ออพยพคนออกจากหมู่บ้าน
แพร่สะพานขาด-ชาวบ้านหวิดดับ
เช่นเดียวกับที่ จ.แพร่ สถานการณ์น้ำท่วมก็ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดที่ ถนนสายร้องกวาง-น่าน น้ำท่วมสูงทำให้ที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจ บ้านพักข้าราชการถูกน้ำท่วม โดยขณะที่ชาวบ้าน ม.3 กว่า 10คน พากันไปยืนดูน้ำที่กำลังไหลหลาก โดยไม่มีใครคาดคิดปรากฏว่าสะพานได้ถูกน้ำพัดขาดออกจากกัน ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตยาว 20เมตร เป็นสะพานทางเดินรถจักรยานยนต์และทางเดินข้ามลำห้วย ซึ่งชาวบ้านร่วม10คนที่ยืนดูต่างถูกน้ำพัดหายไป ชาวบ้านที่เหลือพากันแตกตื่นและรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ออกค้นหา ต่อมา นายสมชัย หทยะตันติ ผวจ.แพร่ ทราบข่าว ได้เข้าพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านและหน่วย กู้ภัยออกค้นหา ก่อนพบชาวบ้านชายหญิง 9คนและช่วยออกมาได้ปลอดภัย เพราะทุกคนต่างรีบว่ายน้ำเข้าฝั่ง
เชียงใหม่ท่วมขังหลายชุมชน
ทางด้าน นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ระดมกันช่วยสูบน้ำและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือด ร้อนกว่า 20ชุมชน ซึ่งเป็นจุดที่ถูกน้ำท่วมซ้ำซาก เช่น ชุมชนศรีปิงเมือง สิริธร ฟ้าใหม่และกาดก้อม โดยบางจุดน้ำท่วมสูงถึง 50ซม.ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่ ได้ประสานไปยังทุกอำเภอ เฝ้าระวังภัยธรรมชาติและฝนตกหนัก เนื่องจากบางพื้นที่มีฝนตกหนักกว่า 30มม.นานกว่า 1ช.ม.ทำให้น้ำในลำห้วยเริ่มสูงขึ้น ส่วนระดับน้ำปิงยังอยู่ในระดับปกติ
โบราณสถานอยุธยาจมบาดาล
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมขังโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณวัดไชยวัฒนาราม ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมขังพื้นผิวโบราณสถานสูงประมาณ 20ซม.ทางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้เร่งระบายน้ำออกแล้ว
พื้นที่นาข้าวจมน้ำอีก3อำเภอ
นางวิมล ไชยวัฒน์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังต่ำกว่าตลิ่งบริเวณหน้าวัดไชยวัฒนาราม ประมาณ 50-70 ซม.ซึ่งทางอุทยานฯไมได้ประมาท เตรียมจะตั้งบังเกอร์เพื่อป้องกันน้ำเข้าโบราณสถานแล้ว เช่นเดียวกับวัดธรรมาราม ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญ มีการเตรียมพร้อมป้องกันเช่นกัน ขณะเดียวกัน มีนาข้าวถูกน้ำท่วมขังหลายแห่ง เช่นที่ ต.กุฎี อ.ผักไห่, ต.ระโสม อ.ภาชีและต.เสนา อ.อุทัย ซึ่งกำลังหาทางระบายน้ำออกเพื่อช่วยผลผลิตชาวนาโดยเร่งด่วน
อ.ฟากท่าท่วมครั้งแรก-คนหาย2
นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผวจ.อุตรดิตถ์และนายธาตรี บุญมี นายอำเภอฟากท่า นำกำลังพลจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์กว่า 500นาย นำเรือท้องแบน อุปกรณ์แสงสว่าง อาหารแห้งและน้ำดื่ม เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน อ.ฟากท่า ซึ่งเป็นพื้นที่แอ่งกระทะอยู่ไกลจากตัวจังหวัดถึง 200กิโลเมตร
นายโยธินศร์ กล่าวว่า อ.ฟากท่า มีชาวบ้านกว่า80 เปอร์เซ็น ได้รับความเดือดร้อน พื้นที่การเกษตรไร่ข้าวโพดที่ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตและนาข้าวเสียหาย 100เปอร์เซ็นต์ เพราะภูมิประเทศอยู่ในหุบเขา น้ำจึงท่วมขังสูง การระบายน้ำเป็นไปอย่างลำบาก จึงประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินรุนแรง
ด้าน นายธาตรี กล่าวว่า อ.ฟากท่า ไม่เคยประสบอุทกภัยมาก่อน ล่าสุดยังได้รับรายงานว่า มีชาวบ้าน 2คน ที่หมู่4 บ้านวังค้อ ต.บ้านเสี้ยว สูญหายไป หลังเดินเข้าไร่ข้าวโพด ญาติพี่น้องพยายามติดต่อด้วยโทรศัพท์มือถือก็ไร้ผล จึงระดมชาวบ้านออกติดตามเพราะเชื่อว่า ยังคงปลอดภัย
ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพ
ส่วนการช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่ อ.วังโป่ง และ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้นำถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จำนวน 1,000ชุด มามอบให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่วัดโคกสำราญ ม.15 ต.บ้านกล้วย อ.ชนแดน นอกจากนี้ นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผวจ.เพชรบูรณ์ พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ประสบอุทกภัยที่เทศบาล ต.วังโป่ง พร้อมร่วมหารือถึงมาตรการช่วยเหลือราษฎรกับนายกเทศมนตรีตำบลวังโป่ง โดยเฉพาะการเร่งซ่อมแซมระบบประปา เพื่อให้สามารถกลับมาจ่ายบริการน้ำประปาให้แก่ราษฎรให้ได้โดยเร็ว