Wednesday, 25 August 2010 16:21
สิ้นสุดสัญญาใจรัฐอุ้มผู้บริโภค จับตาปรับค่าแรงขึ้นต่ำปลายปีนี้
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ และประธานที่ปรึกษาคณะกรรม การบริหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเตรียม ปรับขึ้นราคาสินค้าภาคอุตสาหกรรม 5-10% หลังจากที่มาตรการขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์จะหมด อายุ ในเดือน ก.ย.นี้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมมีทิศทางปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่ทำมาจากพืชผลทางการเกษตรและชิ้นส่วนประกอบ รวมถึงได้รับแรงกดดันจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าจ้างแรงงานที่มีแนวโน้ม ปรับขึ้นตามอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ที่ผ่านมายอมรับว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวมากนักทำให้ภาคเอกชนยังตรึง ราคาสินค้าได้เพราะตลาดมีการแข่งขันกันสูงมากจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการ ตรึงราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ แต่ล่าสุดเศรษฐกิจขยายตัวในทิศทางที่ดีโดยในครึ่งแรกของปี 53 ขยายตัว 10.6% ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมีกำลังซื้อที่สูง ทำให้การแข่งขันของภาคเอกชนเริ่มลดลงจึงสามารถปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับ ต้นทุนการผลิตที่แท้จริงได้
“ภาคอุตสาหกรรมจะทยอยปรับราคาสินค้าได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ส่วนกรณีที่รัฐบาลกำลังศึกษาที่จะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 250 บาทนั้นยังไม่มั่นใจว่านโยบายจะออกมาอย่างไร แต่หากปรับขึ้นจริงจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของโรงงานที่ใช้แรงงาน จำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตมีต้นทุนเพิ่มขึ้นและราคาสินค้าเพิ่มสูงอีก”
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากวัตถุดิบ ที่ปรับราคาเพิ่มโดยเฉพาะจากกรณีที่ตลาดโลกฟื้นตัวและราคาน้ำมันมีทิศทางที่ สูงในช่วงที่ผ่านมาทำให้ต้นทุนการผลิตรถ ยนต์โดยรวมมีต้นทุนสูงเฉลี่ยไม่เกิน 10% อย่างไรก็ตามผู้ผลิตรถยนต์ได้มีการสนับสนุนแนวทางในการลดต้นทุนให้กับผู้ ผลิตชิ้นส่วนเพื่อที่จะให้คงราคาจำหน่ายเดิมไว้
“ภาพรวมต้นทุนการผลิตอาจปรับขึ้นบ้างแต่คงไม่มีค่ายไหนคิดที่จะปรับราคาขาย เพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดในประเทศมีการฟื้นตัวและการแข่งขันมีอยู่พอสมควรโดย เฉพาะตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากลหรืออีโคคาร์ที่เริ่มทำตลาดมาก ขึ้น”
แหล่งข่าวกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท.กล่าวว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ เอสเอ็มอีในไทยครึ่งหลังของปี 53 เพราะกระทบต่อความสามารถการแข่งขึ้นของผู้ผลิตสินค้ารายย่อยของไทย ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทุก 0.25% จะทำให้ต้นทุนทางธุรกิจเพิ่ม 0.85-1% และกระทบต่อผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจลดลงจากเป้าที่กำหนดไว้ เบื้องต้นเอสเอ็มอีคงต้องปรับราคาสินค้าขึ้นในระดับหนึ่งเพราะหากไม่ปรับจะ กระทบต่อสภาพคล่อง
ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตอาหารทั้งสินค้าทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวสูง จากภาวะภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงค่าบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นจากราคากระดาษและพลาสติกแพง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาหารสูงขึ้น ในสิ้นปีแนวโน้มสินค้าอาหารอาจปรับราคาเพิ่มบ้างโดยเฉพาะที่แข่งขันต่ำ
นายสมพงศ์ นครศรี รองประธานอาวุโส ส.อ.ท.ในฐานะประธานคณะทำงาน ศึกษาการปรับโครงสร้างค่าแรงในภาคอุตสาหกรรมกล่าวว่า อยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างการเพิ่มค่าตอบแทนในวิชาชีพ 1,200 สาขาเพื่อให้นายจ้างพิจารณาปรับเพิ่มให้ค่าตอบแทนของภาคอุตสาหกรรมแต่ละ กลุ่มอยู่ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน เบื้องต้นจะส่งรายงานการศึกษาช่างฝีมือ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมก่อนภายในปีนี้