Tuesday, 24 August 2010 15:46
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้การส่งออกของไทยไปจีนในเดือนกรกฎาคม 2553 ส่อแววอ่อนแรง ฉุดไทยขาดดุลกับจีนเพิ่มขึ้น 110.5%
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์ "ส่งออกไปจีนเดือน ก.ค. ชะลอความร้อนแรงลง... ฉุดไทยขาดดุลกับจีนเพิ่มขึ้น 110.5%" โดยระบุว่า การส่งออกของไทยไปจีนในเดือนกรกฎาคม 2553 ส่อแววอ่อนแรงต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตร้อยละ 29.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่แม้จะใกล้เคียงกับร้อยละ 26.3 ในเดือนก่อนหน้า แต่ก็ยังคงต่ำกว่าระดับร้อยละ 39.4ในเดือนพฤษภาคม
ขณะ ที่การนำเข้ายังคงเติบโตสูงที่ระดับ 40.1 แต่ก็ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเติบโตในเดือนมิถุนายนที่ระดับร้อยละ 62.1 ซึ่งจากการที่อัตราการเติบโตของการนำเข้าสูงกว่าภาคการส่งออกค่อนข้างมาก ส่งผลไทยขาดดุลการค้าให้แก่จีนสูงถึง 409.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกรกฎาคม
สถานการณ์การค้าระหว่างไทย-จีน ในเดือนกรกฎาคม เป็นไปในทิศทางที่ชะลอความร้อนแรงลงเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน โดยมีมูลค่าการส่งออก 1,691.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.6
เมื่อ เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2,101.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2552 โดยชะลอลงเมื่อเทียบกับการเติบโตในเดือนมิถุนายนที่ขยายตัวร้อยละ 62.1
ทั้ง นี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าอัตราการเติบโตในเดือนกรกฎาคมของการนำเข้าสูงกว่าการส่ง ออกอย่างชัดเจน ส่งผลให้มูลค่าขาดดุลการค้าของไทยต่อจีนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 110.5 หรือคิดเป็นเม็ดเงินขาดดุลการค้า 409.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2552 ที่มีมูลค่า 194.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แม้ ว่าสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับจีนในช่วงที่ผ่านมา จีนจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นในฐานะตลาดส่งออกรายใหญ่ของไทย และล่าสุดจีนได้กลายเป็นตลาดส่งออกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแทนที่สหรัฐฯไปแล้ว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า สถานการณ์การค้าระหว่างไทย-จีนมักเป็นไปในลักษณะที่ไทยขาดดุลการค้ากับจีนมา โดยตลอด ซึ่งในช่วงครึ่งแรกปี 2553 ไทยได้เสียดุลการค้าให้กับจีนไปแล้วถึง 1,319.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสูงกว่ายอดขาดดุลการค้าทั้งปี 2552 ที่มีมูลค่า 909.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จึงมีความเป็นไปได้ว่า หากการขยายตัวของภาคการส่งออกไทยไปจีนชะลอตัวแรงกว่าการนำเข้าอย่างต่อ เนื่องในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2553 ยอดขาดดุลการค้าของไทยต่อจีนในปี 2553 อาจะสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับรายการสินค้าส่งออกสำคัญที่ มีการชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม ได้แก่ ยางพารา เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ โดยผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้งยังคงหดตัวต่อเนื่องในระดับ 46.8 ซึ่งการชะลอของรายการสินค้าดังกล่าวป็นผลมาจากเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแรงลง เนื่องด้วยนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นของทางการจีนเพื่อควบคุมความร้อนแรงทาง เศรษฐกิจและภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 ขณะที่รายการสินค้านำเข้าที่มีการชะลอตัวลงได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น