Tuesday, 24 August 2010 15:44
"โสภณ"นำทีมประเดิมใช้บริการแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์เชิง พาณิชย์ ยอมรับบางส่วนยังไม่พร้อม แต่ความปลอดภัยชัวร์ เพราะได้ใบการันตีจากไอซีอี ด้านประธานบอร์ดร.ฟ.ท.เตรียมขอเพิ่มทุน บริษัทลูกจาก500 ล้านบาทเป็น 2,000 ล้านบาท อ้างเพื่อความคล่องตัวบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิ้งค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 06.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้เดินทางไปยังสถานีพญาไท ซึ่งเป็นสถานีต้นทางของโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ เพื่อตรวจสอบการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เป็นวันแรก
โดยนายโสภณ ได้โดยสารรถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ซิตี้ ไลน์) จากสถานีพญาไทมายังสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (สถานีมักกะสัน) ก่อนเปลี่ยนมานั่งรถไฟฟ้าด่วน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(เอ็กซ์เพรส ไลน์) เพื่อโดยสารไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที
นายโสภณ กล่าวว่าที่ปรึกษาวิศวกรอิสระ (Independent safety and system Certification Engineer :ICE) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบรับรองประกันความมั่นคง และความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้าได้ออกหนังสือรับรองความปลอดภัยการเดินรถโครง การแอร์พอร์ตลิ้งค์มาแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากร.ฟ.ท.ได้ทดลองวิ่งให้บริการมาหลายเดือนโดยเห็นว่ามีความพร้อมที่จะ ให้บริการต่อประชาชนแล้วแต่ก็ยอมรับว่ามีบางส่วนที่ยังล่าช้า โดยเฉพาะระบบสนับสนุนต่างๆ เช่น ที่จอดรถในแต่ละสถานี ซึ่งร.ฟ.ท.จะเร่งดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการ
สำหรับช่วงแรกร.ฟ.ท.จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้า 2 ระบบ คือ รถไฟฟ้าซิตี้ ไลน์ จอดทั้ง 8 สถานีคือพญาไท ราชปรารภ มักกะสัน รามคำแหง หัวหมาก ทับช้าง ลาดกระบัง และสุวรรณภูมิ ค่าโดยสารเบื้องต้น 15 บาทตลอดเส้นทาง เวลาประมาณ 30 นาที และรถไฟฟ้าด่วนเอ็กซ์เพรสไลน์ วิ่งจากสถานีมักกะสันถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ค่าโดยสาร 100 บาทใช้เวลาประมาณ 15 นาที ส่วนระบบเช็คอินกระเป๋าอยู่ระหว่างการติดตั้งคาดว่าจะเปิดให้บริการภายใน สิ้นปี 2553 ส่วนจำนวนผู้โดยสารคาดว่าช่วงแรกจะมีประมาณ 3 - 3.5 หมื่นคนต่อวัน หลังเปิดเต็มรูปแบบในต้นปี 2554 คาดว่าจะมีประมาณ 5 หมื่นคนต่อวัน
ด้านนายสุพจน์ กล่าวว่า ในส่วนของระบบความปลอดภัยของการให้บริการนั้นICE ได้ออกใบรับรองให้กับโครงการฯ โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของสถานี การเดินรถ และการจัดการด้านผู้โดยสาร ทำให้ร.ฟ.ท.สามารถเปิดให้บริการแบบเชิงพาณิชย์ได้ แต่ยังขาดการรับรองด้านบุคลากรในระดับการบริหารงานและการอบรมเบื้องต้นแก้ไข โดยการจัดคนของร.ฟ.ท.เข้าไปบริหารงาน
อย่างไรก็ตามเร็วๆนี้กระทรวงคมนาคมจะเสนอเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของร.ฟ.ท.มีหน้าที่บริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์จาก 500 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท ให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการคล่องตัวมากขึ้น แต่คาดว่าผลการดำเนินงานช่วง 3 ปีแรกอาจขาดทุนเพราะต้องลงทุนในด้านต่างๆ เช่น จ้างบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญเข้าบริหาร แต่หลังจากนั้นจะเริ่มมีกำไร นอกจากนี้ร.ฟ.ท.ยังอยู่ระหว่างการร่างเงื่อนไขการประมูลเพื่อจ้างเอกชนเข้า มาบริหารพื้นที่ของสถานีในเชิงพาณิชย์ทั้ง 8 แห่งด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2553