คุณอยู่ที่นี่ : Hot Issue ธสน.ห่วงภาคส่งออกทรุด จี้เอกชนเร่งปรับตัวรับเกณฑ์บาเซิล3

ธสน.ห่วงภาคส่งออกทรุด จี้เอกชนเร่งปรับตัวรับเกณฑ์บาเซิล3

PDFPrintE-mail

  บิ๊กเอ็กซิมหวั่นหลังสหรัฐประกาศใช้บาเซิล3 ปี 2012 จะส่งผลกระทบการค้าโลก จับมือ BERNE UNION รั้งเฟดชะลอเพิ่มความเสี่ยงสินเชื่อส่งออก เชื่อทำการค้าระหว่างประเทศหดตัว ชี้ผู้ส่งออกไทยกระทบเพราะแบงก์เข้มงวดปล่อยกู้ แนะรีบปรับตัวบริหารความเสี่ยง

นายสมพันธ์ เอี่ยมรุ่งโรจน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในกฎหมายว่าด้วยการประกาศใช้เกณฑ์การควบคุมการประกอบธุรกิจธนาคาร พาณิชย์บาเซิล 3 ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2012 นั้นเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศในระดับหนึ่ง
       
       เนื่องจากบาเซิล 3 นั้นได้นำเอาสินเชื่อภาคการส่งออกเพิ่มระดับให้เป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยง เพิ่มมากขึ้นซึ่งเดิมสินเชื่อเพื่อการส่งออกของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ทั่วโลกถือว่าเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการปล่อยสินเชื่อเพื่อการส่งออกของธนาคาร พาณิชย์ทั่วโลกจะลดลงและส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศหดตัวซึ่งอาจลุกลามไป ยังภาคธุรกิจอื่นจะเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจขึ้นมาอีกครั้ง
       
       โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาเอ็กซิมแบงก์ได้ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ชั้นนำของรัฐและเอกชนให้ภาคการส่งออกและประกันสินเชื่อการลงทุน (BERNE UNION) ได้ยื่นหนังสือถึงธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด เพื่อให้ชะลอการประกาศใช้หรือตัดเกณฑ์ความเสี่ยงของสินเชื่อส่งออกลง ซึ่งต้องรอผลจากคณะกรรมการพิจารณาการประกาศใช้บาเซิล 3 ตัดสินใจอีกครั้งว่าจะมีรายละเอียดในเรื่องนี้ออกมาอย่างไร
       
       “สินเชื่อส่งออกเท่าที่มีการเก็บข้อมูลมาในประวัติศาสตร์โลกไม่เคย เป็นฟองสบู่หรือต้นตอให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกแต่อย่างใด การเสนอให้ชะลอหรือยับยั้งการประกาศในส่วนของสินเชื่อภาคการส่งออกไม่ให้ เป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงตามเกณฑ์บาเซิล 3 ถือว่าเป็นความหวังที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกไม่ชะลอตัว” นายสมพันธ์กล่าว
       
       สำหรับสินเชื่อส่งออกของประเทศไทยนั้นในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์แทบจะ ไม่มีการปล่อยสินเชื่อเลยทำให้ผู้ส่งออกต้องหันมาพึ่งการประกันการส่งออกและ สินเชื่อเพื่อการส่งออกจากเอ็กซิมแบงก์มากขึ้น ซึ่งในระยะยาวนอกจากปัญหาการประกาศใช้บาเซิล 3 แล้วผู้ส่งออกไทยเองยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่างจึงต้องบริหารความเสี่ยงในการทำธุรกิจให้มากขึ้นเพื่อรับมือกับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่สามารถคาดเดาได้
       
       “หน้าที่ที่เอ็กซิมแบงก์ต้องทำคือทำให้ผู้ประกอบการส่งออกรายย่อย แข็งแรงสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเรื่องการบริหารความเสี่ยงทั้งการประกันการส่งออก อัตราแลกเปลี่ยนและเรื่องต่างๆ เราได้พยายามสื่อสารไปยังผู้ประกอบการส่งออกอยู่เสมอในทุกเวที จึงอยากให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเรื่องการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น เพราะการทำธุรกิจต่อจากนี้ไปจะมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพิ่มขึ้นกว่าในอดีต” นายสมพันธ์กล่าว