คุณอยู่ที่นี่ : Hot Issue ทริพเพิลไอฯลุยแอร์เฟรท จับมือพันธมิตรปั้นซีจีจีเปิดสาขา25ปท.

ทริพเพิลไอฯลุยแอร์เฟรท จับมือพันธมิตรปั้นซีจีจีเปิดสาขา25ปท.

PDFPrintE-mail

"ทริ พเพิล ไอ ลอจิสติกส์" วาดแผนก้าวขึ้นสู่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับ global brand จับมือนักลงทุนสิงคโปร์ อินเดีย ปั้น CGG เป็นเพลเยอร์รายใหญ่รับขนส่งสินค้าทางอากาศ เปิดสาขาใน 25 ประเทศทั่วเอเชีย ด้านผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกพุ่ง 61% รุกขยายจับลูกค้าตลาด Intra Asia ขนส่งสินค้าทางทะเลและรับจัดการขนส่งสินค้า และตัวแทนสายการเดินเรือใหม่ CK Line ของเกาหลีใต้ เผยครึ่งปีหลังค่าขนส่งทางเรือ-อากาศทั่วโลกขึ้นอีก 10-15%

นาย ทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอ ลอจิสติกส์ ผู้ให้บริการด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทางเรือ บริหารคลังสินค้าชั้นแนวหน้าของไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนในฐานะตัวแทนกลุ่มทริพเพิล ไอ ได้เซ็นบันทึกความเข้าใจ 3 ฝ่าย (MOU) กับนักลงทุนสิงคโปร์และอินเดียในการจัดตั้งบริษัทใหม่ CGG (Cargo GSA Group) ขยายเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาค มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 24 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจขนส่งทางอากาศ ถือหุ้นฝ่ายละเท่า ๆ กัน ทั้งนี้บริษัทใหม่จะเปิดสาขาใหม่ใน 25 ประเทศภายในสิ้นปีนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง อาเซียน ซึ่งครอบคลุมทวีปเอเชีย และจะเริ่มดำเนินงานได้ประมาณต้นเดือนตุลาคมศกนี้ โดยจะเช่าพื้นที่ของบริษัทพันธมิตรเปิดสาขาใหม่ในประเทศนั้นไปก่อน อาทิ บริษัทใหม่สามารถมาเช่าพื้นที่ของกลุ่มทริพเพิล ไอในประเทศไทยได้ และผู้ที่หาลูกค้ามาป้อนบริษัทใหม่จะมีการจ่ายค่าคอมมิสชั่นส่วนหนึ่งให้ ที่เหลือจึงจะเข้าบริษัทใหม่ ซึ่งเป้าหมายยอดขายการขนส่งของบริษัทใหม่จะตกประมาณ 50 ตันต่อเดือนต่อสถานี

ตนเป็นตัวกลางในการดึงอีก 2 ฝ่ายมาร่วมทุนเป็นพันธมิตรกัน ในเร็ว ๆ นี้จะมีการหารือรายละเอียดกันอีกครั้งว่างานเดิมที่ทำสัญญากับสายการบินใดจะ เอาเข้าบริษัทใหม่ งานใดยังอยู่ที่บริษัทเดิม ซึ่งกลุ่มทริพเพิล ไอจะไม่เอางานเอาต์ซอร์ซคาร์โก้ที่ทำให้กับสายการบินแอร์เอเชียมาเข้าบริษัท ใหม่ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มทริพเพิล ไอ ปัจจุบันมีรายได้จากธุรกิจขนส่งทางอากาศ 50% บริษัทของนักลงทุนสิงคโปร์มีรายได้ 100% จากธุรกิจขนส่งทางอากาศ บริษัทของนักลงทุนอินเดียมีรายได้ 70% จากธุรกิจขนส่งทางอากาศ

"การ จัดตั้งบริษัทใหม่ นับเป็นการยกระดับความร่วมมือทางธุรกิจที่ก้าวหน้าขึ้นของกลุ่มทริพเพิล ไอ เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นรายแรกในเอเชียของอุตสาหกรรมโลจิ สติกส์ หากรูปแบบธุรกิจนี้ไปได้ดีก็พร้อมที่จะเป็น "global brand" คลุมทวีปเอเชียและรุกไปยังทวีปอื่น"

ขนส่งทางอากาศทะลุ 100%

สำหรับ ผลการดำเนินงานของกลุ่มทริพเพิล ไอในครึ่งปีที่ผ่านมา นายวิรัช นอบน้อมธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน กลุ่มบริษัททริพเพิล ไอกล่าวว่า ผลการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกปีนี้มีรายได้ 850 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึง 61% คาดว่าสิ้นปีรายได้ทะลุเป้า 1,400 ล้านบาท เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังทุกปีการส่งออกนำเข้าจะสูงกว่าครึ่งปีแรก โดยกลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศมีรายได้ 492 ล้านบาทในครึ่งปีแรก มีอัตราเติบโต 123% เทียบกับยอดขายครึ่งปีแรกปี 2009 สูงขึ้นมาก เนื่องจากการเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าขึ้น สายการบินแอร์เอเชียธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลมียอดขาย 291 ล้านบาท มีอัตราเติบโตที่ 16% ซึ่งการเติบโตน้อยมาจาก สายเรือที่บริษัทเป็นตัวแทนประสบปัญหาธุรกิจต่อเนื่องจาก ปีก่อน และธุรกิจคลังสินค้ายอดขาย 67 ล้านบาท มีอัตราเติบโต 16% เทียบกับ ครึ่งปีแรกปี 2009

ที่บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นมาก เพราะบริษัทคาดการณ์แม่นยำว่าหลังเกิดวิกฤต "แฮมเบอร์เกอร์" ตลาดอาเซียน + 6 (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) จะเติบโตมาก จึงได้เตรียมการรองรับในหลายด้านเมื่อวิกฤตคลี่คลาย ล่าสุดทริพเพิล ไอฯได้ขยายฐานลูกค้าตลาด Intra Asia สำหรับการขนส่งสินค้าทางทะเลและการรับจัดการขนส่งสินค้า การเป็นตัวแทนสายการเดินเรือใหม่ คือ สายเรือ CK Line ของเกาหลีใต้ ซึ่งบริษัทจะต้องส่งสินค้าลงเรือสัปดาห์ละ 100 ตู้ในปีนี้ และ 300 ตู้ต่อสัปดาห์ในปีหน้า

จับมือพันธมิตรคัดเลือกสายเรือเป็นคู่ค้า

นอก เหนือจากการเข้าเป็นตัวแทนส่งสินค้าให้กับสายการเดินเรือเกาหลีใต้แล้ว กลุ่มทริพเพิล ไอยังจะร่วมกับผู้ประกอบการในอาชีพเดียวกันคัดเลือกสายการเดินเรือทั้งสาย ญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่ม โดยการเจรจาจะใช้ปริมาณสินค้าไปต่อรองเพื่อให้ได้เงื่อนไขดีที่สุด การพัฒนาบริษัท ดีจี แพ็คเก็จจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดให้เป็นที่รู้จักด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าเคมีและวัตถุอันตรายให้ ดียิ่งขึ้น และบริษัทฮาร์ดเค็ม บริษัทในเครือซึ่งดำเนินธุรกิจขนส่งเคมีและวัตถุอันตรายครบวงจรจะหันมารุก ตลาดในประเทศมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มค่าระวางเรือในครึ่งปีหลังนี้ นายวิรัชกล่าวว่า โดยรวมทั่วโลกจะขึ้นประมาณ 10-15% ซึ่งใน เอเชียคาดว่าจะขึ้นค่าระวางเรือประมาณ 10% สายเอเชียไปยุโรปคาดว่าปลายไตรมาส 3 ต่อไตรมาส 4 จะมีการปรับขึ้นแน่นอน แต่ในขณะนี้สายเรือมีการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษหรือเซอร์ชาร์จค่อนข้างมาก เช่น ค่า peak season ทั้งที่บางรายจองระวางไปแล้วค่า GRI (General Rate Increased) ค่าลาก ตู้เปล่ามาให้บรรจุสินค้าตู้ละ 50 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนค่าขนส่งทางอากาศครึ่งปีหลังทั่วโลกจะสูงขึ้น 10-15% ในไตรมาส 4 เพิ่มเท่ากับช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา