คุณอยู่ที่นี่ : Hot Issue ฟื้น"ค่ายสุรสีห์"สนามบินพาณิชย์ ตั้งคณะทำงานรับทวายโปรเจ็กต์

ฟื้น"ค่ายสุรสีห์"สนามบินพาณิชย์ ตั้งคณะทำงานรับทวายโปรเจ็กต์

PDFPrintE-mail

จังหวัด กาญจนบุรีฟิตจัด เร่งมือเตรียมพร้อมรับ "ทวายโปรเจ็กต์" ตั้งคณะทำงาน 3 ชุดกำหนดแผนงานให้เป็นรูปธรรมทั้งด้านการส่งออก-คอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง-พัฒนา สนามบินกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ให้เป็นสนามบินพาณิชย์

ดร.สิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดกาญจนบุรีได้เตรียมความพร้อมรับโครงการทวาย โดยแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 คณะ ประกอบไปด้วย 1.คณะกรรมการ ส่งเสริมการส่งออกการค้าผ่านแดน เพื่อพิจารณาแนวทางการส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยไปขายยังเมืองทวาย และนำเข้าสินค้าจากทวายสู่กาญจนบุรี โดยจะเร่งให้มีการส่งออกสินค้า ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้นำกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม) ไปแสดง ศักยภาพที่เมืองทวายมาแล้ว โดยพบว่าชาวพม่ามีความต้องการสินค้าต่าง ๆ ของไทย เช่น ปุ๋ย วัสดุก่อสร้าง และรถจักรยานยนต์

2.คณะกรรมการส่งเสริมการใช้ที่ดินทั้งบริเวณชาย แดนจังหวัดกาญจนบุรีและฝั่งพม่า เพื่อส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผลทาง การเกษตรในลักษณะคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง ซึ่งในเบื้องต้นจะมีพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ข้าวโพดหวานและสับปะรด จากนั้นจะมีการส่งเสริมปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันต่อไป

3.คณะกรรมการ พัฒนาการขนส่งทางอากาศ โดยจะพัฒนาสนามบินกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ให้เป็นสนามบินพาณิชย์ เพื่อการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร รองรับเส้นทางบินจำนวน 3 สาย คือ จีน-เชียงใหม่-กาญจนบุรี-ทวาย, ทวาย-กาญจนบุรี-เวียดนาม และทวาย-กาญจนบุรี-หาดใหญ่-สิงคโปร์

คณะ กรรมการทั้ง 3 ชุดนี้จะเร่งดำเนินการเพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินการให้แล้วเสร็จและเห็นผล เป็นรูปธรรมภายใน สิ้นปี 2553 นี้ โดยคาดว่าในช่วงแรกที่มีการเปิดด่านการค้าบริเวณบ้านพุน้ำร้อนจะมีมูลค่าการ ค้านับล้านล้านบาทต่อปี และ เชื่อมั่นว่าตัวเลขจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.สิงห์ กล่าวว่า ท่าเรือน้ำลึกทวาย (Dawei) เกิดจากความร่วมมือระหว่างไทยกับสหภาพเมียนมาร์เพื่ออำนวยความสะดวกในด้าน คมนาคมและการขนส่งของทั้งสองประเทศที่จะเชื่อมโยงตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ มาทางมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน

โครงการ พัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายแบ่งเป็น 3 เฟส เฟสแรกคือการสร้างถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทวาย จะแล้วเสร็จภายใน 4 ปี ระยะทาง 160 กิโลเมตร จากบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถึงท่าเรือน้ำลึกทวาย ใช้งบประมาณ 2 พันล้านบาท เฟสที่สองคือ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย และเฟสที่สามคือ การสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 4 แสนล้านบาท

สำหรับการก่อสร้างทางหลวงระหว่างประเทศสายบ้านเก่า กาญจนบุรี-ทวาย บริษัทอิตาเลียนไทยฯได้ชะลอการสำรวจแนวถนนจากกาญจนบุรีไปเมืองทวาย เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน จึงทำให้ยังไม่สามารถเสนอรายละเอียดให้กับรัฐบาล พม่าได้ทันที โดยคาดว่าบริษัทน่าจะส่งรายละเอียดและลงนามในสัญญาสัมปทานก่อสร้างทางหลวง ระหว่างประเทศได้ประมาณปลายปี 2553

ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมมี พื้นที่ราว 2 แสนไร่ ประกอบด้วยโซน A (Port & Heavy Industry) โซน B อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ โซน C1 (Up Stream Petro chemical Complex) โซน C2 (Down Stream Petrochemical) โซน D (Medium Industry) และโซน E (Light Industry)

ดังนั้นฐานการผลิตที่อยู่ในภาคตะวันตกของไทย ประกอบด้วยกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบ คีรีขันธ์ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกจะได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ประตูตะวันตกทำให้เกิด ธุรกิจต่อเนื่อง ไทยจะเป็นฮับโลจิสติกส์ในการนำเข้าและส่งออก และจะเป็นการเปิดเส้นทางการค้าแห่งใหม่ของโลก รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการเปิดพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ซึ่งเดิมเป็นภูเขามาสู่การเป็นเมือง ท่าหน้าด่านใหม่