ความเป็นมาของสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย จากการที่หลายหน่วยงานได้เริ่มให้ความ สำคัญกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ และเล็งเห็นถึงความสำคัญของโลจิสติกส์ต่อการพัฒนาศักยภาพของประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานที่ผ่านมายังขาดการบูรณาการทำให้ไม่เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม และควรจะเป็น ดังนั้นจึงได้มีความพยายามของหน่วยงานต่างๆ ในการนำเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดย ตรง และในเดือนธันวาคม 2546 คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) ซึ่งมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้มีมติให้จัดตั้งทีมทำงาน (Task Force) จำนวน 4 คณะเพื่อรับผิดชอบงานด้าน โลจิสติกส์ ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ด้านฐานข้อมูล, ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล และด้านการพัฒนาบุคลากร และในเดือนพฤศจิกายน 2547 มีการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ซึ่งหอการค้าไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันนำเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานภาคเอกชนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้าน การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งองค์ประกอบของหน่วยงานดังกล่าวประกอบ ด้วยผู้แทนจากภาคเอกชนอัน รวมทั้งสิ้น 16 องค์กรอันได้แก่
1) สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
2) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
3) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
4) สมาคมธนาคารไทย
5) สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
6) สมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพฯ
7) สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย
8) สมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์
9) สมาคมเจ้าของเรือไทย
10) สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย
11) สมาคมขนส่งสินค้า
12) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
13) สมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต
14) มูลนิธิโลจิสติกส์และการขนส่ง (ไทย)
15) สมาคมบริการงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย
16) สมาคมการค้าธุรกิจการบินขนส่งสินค้า




